2009/May/03

 

 

สิ่งที่เราโหยหาไม่มีปรากฎที่ไหนให้เราซื้อหาหรอก ความเชื่อต่างหากทำให้เราเจ็บปวด

 

ช่วงที่มีวันหยุดตามเทศกาล คนส่วนใหญ่จะวุ่นวายกับกิจกรรมในครอบครัวตระเตรียมการ

ออกท่องเที่ยว หัวเดียวกระเทียมลีบแบบฉัน ยังไม่ได้เรียนรู้ที่จะเตรียมตัว ตั้งรับวันหยุด

ท่ามกลางความเงียบสงัดในละแวกบ้าน ทำให้ฉันนึกริษยาโลกทั้งโลกที่กำลังมีงานเฉลิม

ฉลองโดยที่ไม่มีฉัน ฉันพยายามเรียนรู้ที่จะรักษาสัมพันธ์ระหว่างเพื่อน ระหว่างคนรู้จัก

ให้มากขึ้น ไม่ให้ห่างจากพวกเขาเกินไปและไม่ใกล้จนเหมือนไปพึ่งพาเขา มันยากหน่อย

ในตอนแรก ฉันเป็นผู้หญิงที่มีเจ้าของมาตลอด และไม่เคยให้ความสำคัญกับมิตรภาพกับ

ทั้งผู้หญิง หรือผู้ชายที่ฉันไม่ได้รัก ฉันต้องเรียนรู้ถึงความเป็นเพื่อน แต่มันดูจะง่ายกว่า

การรักษาชีวิตสมรส ให้ราบรื่นเป็นไหน ๆ


เราแต่ละคนสามารถอดทนกับความเหงาได้ แค่ประมาณ 1 เท่านั้น ซึ่งเราจำเป็นต้องรู้เอาไว้

เพื่อป้องกันความเศร้าเข้ามาปะปน ลึก ๆ ฉันมีความคิดโง่ ๆ ที่ว่า ถ้าปราศจากผู้ชายเสียแล้ว

ฉันจะล้มเหลวในการเป็นผู้หญิงฉันสร้างความคิดเหล่านี้ เปรียบประดุจการสูดดมแก๊สพิษเข้า

และออกในทุก ๆ วันอย่างไม่รู้ตัว

เวลาที่ฉันเห็น หนุ่มสาว ที่รักกัน ฉันกลับรู้สึกต่ำต้อย ฟุ้งซ่าน และคิดว่าทำไมคนเราถึงต้องอยู่

เป็นคู่  ฉันนอนไม่หลับ หรือบางครั้งตื่นกลางดึกบ้าง และคิดว่าทำไมชีวิตฉัน ถึง ถลอกปอกเปิก

ได้ถึงเพียงนี้


" จงแค่ลืมมันเสีย " และพยายามเข้าใจสาเหตุลึก ๆ ที่ทำให้ฉันลุกขึ้นมาโจมตีตัวเอง เป็นเพราะ

ฉันยังไม่สามารถรับความจริงได้ ยังคงต่อต้านการรับผิดชอบตัวเอง การพึ่งพาอาศัยคนอื่นประหนึ่ง

ขนมหวาน แต่มันกลับติดเป็นนิสัย และทำให้ฉันรู้สึกไม่มั่นคง ฉันต้องเลิกพึ่งคนอื่นให้ได้ อยู่เพื่อ

ตัวเองและเติบโต เป็นทุก ๆ อย่างให้กับตัวเอง แต่ก็ไม่ทิ้งความสัมพันธ์ที่ใคร ๆ มองว่าฉาบฉวย

เช่น โทรไปหาเพื่อนถามไถ่ว่าเขามีความสุขดีหรือไม่ ผู้รับอาจรู้สึกดีที่มีคนยังระลึกถึง แต่คนโทร

อย่างฉันไม่ค่อยได้รับความรู้สึกมีความสุขอะไรมากมายไปกว่าการที่เรายังต้องเชื่อมสายใยที่เคย

มีมานานแล้วเท่านั้น หรือ คุยกับเพื่อนใน msn มีทั้งเป็นประเภท และเป็นระดับ ของมันอยู่

แต่บางครั้งที่เราคุยกับใครด้วยตัวหนังสือมันทำให้ฉันรู้ว่าในความรู้สึกของฉันที่ฉันคิดเสมอว่า

ไม่มีใครเข้าใจ หรือไม่มีใครเข้าถึง กลับกลายเป็นเรื่องที่ใครอื่น ๆ เขาก็เป็นกัน การคุยโต้ตอบ

แบบเข้มข้น บางครั้งก็คล้าย ๆ นักดนตรีที่เล่นได้สอดประสานกันให้ตัวโน๊ตบอกเรื่องราวความ

รู้สึกโดยไม่ต้องมีคำร้อง ไม่ว่าจะเป็นความรักในอุดมคติ เรื่องบุปเพสันนิวาส เรื่องชีวิตจริง หรือ

ช่วงชุลมุน ความรักที่เกี่ยวกับโรคร้าย (hiv) เรื่องหาคู่ในอินเตอร์เนท ฉันคุยไปได้เรื่อย

และตั้งข้อสังเกตุคนอื่น เพื่อมาสังเกตุพฤติกรรมของตนเอง ปรับปรุงเปลี่ยนแปลง


มีสิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดคือ เราต้องไม่พึ่งใคร เราต้องอุปถัมภ์ตัวเราเอง มันยากที่จะใช้ชีวิตโสด

อย่างมีความสุข ถ้าคุณรู้สึกถูกคุกคามทางศักดิ์ศรี และ การเงิน มันสำคัญอยู่เหมือนกัน

คุณไม่สามารถฟุ่มเฟือยแบบเก่าได้ ลืมความคิดที่จะให้ใครมาดูแล จะไม่มีใครมาช่วย

รับผิดชอบความมั่นคงทางการเงินแทนคุณแล้ว ถ้าฉันคิดถึงเรื่องนี้ ความเหงาจะหาย

ไปในทันที ...   มีแต่จะต้องถีบตัวเองขึ้นไปอย่างสุดแรงเกิดเพื่อให้มีพลังแห่งศักดิ์ศรี

ซึ่งมันสำคัญไม่แพ้สิ่งใด ๆ ในชีวิตของเราเลย

เฮ้อออ ! ชีวิตนี้ถึงจะเหนื่อยอยู่บ้างแต่ก็มีความภาคภูมิใจเข้ามาเป็นระยะ ๆ อย่างน้อย

ที่สุดการอยู่คนเดียวทำให้เราเป็นเจ้าของชะตากรรมของตัวเราเอง เราสามารถใช้เวลา

สนุกสนานได้อย่างฟุ่มเฟือย เพราะฉันไม่ต้องรีดชุดทำงาน ล้างจานที่ฉันไม่ได้กิน ซักผ้า

มากกว่าเดิมอีกเท่า ล้างรถที่ไม่ได้ขับ หรือแม้แต่ระวังคำพูดที่อาจจะกระทบกระเทือน

ความรู้สึกของผู้ชายคนไหน  ฉันยังไม่รู้จะคิดอะไรตอนนี้ หรือว่า วัตถุดิบมันไม่มีมาให้

คิดถึง ให้ฉันนึกเอาตอนนี้ฉันก็นึกไม่ออกเพราะมันไม่มีชายหน้าไหนซักคนที่ผ่านมา

ให้นึกฉันจึงนึกถึงแต่ตัวเอง เท่านั้น

 

 

 

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
ชอบที่คุณแมะเขียนข้างบนทั้งหมด

แม่เราเคยบอกว่า คนเราจะมีคู่อยู่แล้วล่ะ
แล้วแต่เมื่อไหร่ ที่จะได้เจอคู่ของตัวเอง
เราไม่ค่อยอยากเชื่อหรอก และแอบค้าน
ว่าที่แม่บอกน่ะ ไม่จริงหรอก เพราะคนที่
อยู่อย่างโดดเดี่ยว หรือเลือกเองที่จะอยู่
เพียงลำพังมีออกมาก ความเหงาผ่านพบ
เข้ามาทักทายตามวันเวลาที่เรามักจะมีเวลา
กับตัวเองมากเกินไป .. แต่ชีวิตนี้เราคงต้อง
อยู่ให้ได้เพียงลำพัง แล้วคิดเรื่องอื่นๆ มา
เพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกทางใจเวลาที่แอบ
อ่อนแอ อ่อนไหวเพียงลำพัง .. เรื่องปากท้อง
การทำมาหากิน ถ้ามันเข้มข้น ยิ่งทำให้ลืมเรื่อง
ของใจไปได้เยอะเลย เราคิดว่าอย่างนั้นนะคะ

เมื่อวันที่ความรักผ่านมา บางครั้งคิดอยู่ว่าความ
สัมพันธ์แบบนี้จะยาวนานสักเพียงไหน หรือสิ่ง
ที่ยาวนานที่สุดคือความสัมพันธ์แบบเพื่อน
พี่น้อง เท่านั้น ..

คุณแมะทำให้เรานึกถึงตัวหนังสือคุยกันค่ะ
เคยอยากเขียนบลอคตัวเองเรื่องตัวหนังสือคุยกัน
บ้างเหมือนกัน .. เพื่อนเรามีอยู่คนนึง เค้าพูดเสมอ
ว่า ตัวหนังสือคุยกัน ไม่ได้ให้ความผูกพัน หรือ
ความสัมพันธ์อะไรเท่าไหร่นัก สำหรับเค้า คิดว่า
ความสัมพันธ์หรือคุยกันทางตัวหนังสือ มีค่าเท่ากับ
ศูนย์ .. เช่นกัน เราเถียงสุดใจ มันไม่ได้แค่นั้นหรอก
มันอยู่ที่ต่างคนให้ความสำคัญและรับส่งถึงกันได้
เพียงไหน .. ต่างคนนั้นแหละที่จะรู้เอง (มั้ง)

#1  by  moodee At 2009-05-03 15:44, 
กว่าตัวหนังสือจะคุยกันได้ น้อยครั้งที่จะพลั้งมือไป
เช่นพลั้งปาก ส่วนใหญ่แมะจะกลั่นกรองแล้ว และ
คิดว่าคนอื่นก็คงเช่นกัน มันมีค่ามากกว่าศูนย์เห็นด้วยค่ะconfused smile
#2  by  อีแมะจิ๊ At 2009-05-03 15:52, 
อืม จำได้ว่าตอนโสดแบบไม่นิ่ง
ใจมันคอยแต่จะร้องเพลง "อาจจะเป็นคนนี้ ที่ใจจะไม่โหดร้ายเกินไป"
สับสน วุ่นวายใจ ทั้งคิดไปเอง ไม่คิดไปเองว่า คนนั้นคนนี้อาจจะคือคนที่ใช่
ใจหนึ่งก็มักจะคิดไปว่า เรานี่มันแย่ขนาดไม่มีใครรักเลยเหรอ
ส่วนอีกใจก็พอใจในความเป็นอิสระสุดๆ
ไม่ต้องดูโทรศัพท์บ่อยๆว่าใครโทรมาแล้วไม่ได้รับ
ไม่ต้องกังวลว่าทำอะไรแล้วใครจะไม่ชอบ
กินเหล้า เต้นระบำได้ทั้งคืน ทำนองนั้น
แต่พอออกมาจากที่นั่นก็เหงา ขับรถออกจากผับ นะโคตรเหงา
เหมือนเรื่องร่าเริงเมื่อตะกี้ไม่เคยเกิดขี้น
ไม่เคยหัวเราะ ไม่เคยตะโกนร้องเพลง

แต่พอสักพักมันจะโสดแบบ ลืมไปแล้วว่าโสด
หาทางมาเติมส่วนต่างๆที่คิดไปขาดได้ด้วยตัวเอง
มันจะรู้สึกว่า มีใครไม่ได้แล้วในชีวิต ตารางมันเต็มไปหมด
มันมักจะมีใครเข้ามาตอนนี้เอง
แล้วมันจะวนลูป จะเสียดาชีวิตแสนสุขแสนโสด แต่แหม ความรักมันก็เย้ายวน

เคยคุยกับเพื่อนรักว่า เวลาเรารู้สึกอย่างไรกับตัวเอง
เราก็จะเป็นอย่างนั้น รู้สึกไม่ค่อยสวย ต้องไปทำผมยิ่งทำยิ่งดูแย่
แต่วันไหนไปร้านทำผมแบบ อารมณ์ดี๊ดี มักจะมีการตัดสินใจไม่ค่อยพลาด

คิดถึงนะคะ
ช่วงนี้ชีพจนลงเท้า เดี๋ยวอีกสองสามวันจะกลับบ้าน

#3  by  จดหมายถึงหนูนุ่น At 2009-05-03 20:48, 
จูนแวะมาเทียวภูเก็ตมั่งดิ คิดถึง
#4  by  อีแมะจิ๊ At 2009-05-03 21:31, 

<< Home